18 July 2021

รีวิวตรวจโควิดและกักตัวที่จีน (เฉิงตู)

หลังจากที่นั่งเครื่องบินจากสุวรรณภูมิมาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงเมืองเฉิงตู ประเทศจีน
เมื่อมาถึงทุกคนจะถูกจัดให้นั่งรอคิวสำหรับเรียกตรวจเอกสาร ได้แก่
1. เอกสารผลการตรวจโควิดจากเมืองไทย
2. QR Code สีแดงที่กรอกข้อมูลมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ (รายละเอียดคลิกที่นี่)
3. Passport
ลงจากเครื่องบินแล้วก็ต้องมานั่งรอตรงนี้ก่อน

พอตรวจเอกสารเสร็จ ก็ต้องไปต่อคิวเพื่อ swab ต่อ อันนี้แหละที่พีค

ตอน swab พยาบาลแยงจมูกได้ทรมานมาก คือปกติจะแยงเข้าไปหมุนๆ สักพัก แล้วเอาออกมา แต่ครั้งนี้ พิเศษกว่านั้นจ้า คือไม่ได้จบที่แยงแล้วหมุนๆ แค่นั้น เขาจะคาไม้สวอปเอาไว้ในจมูกประมาณ 10 วินาที (เดาเอานะ เพราะรู้สึกนาน และน่ากลัวมาก อย่ามีใครเดินมากระแทกเชียว) แล้วเราเข้าใจว่าพอครบเวลาเขาจะดึงออกเลย แต่ก็เปล่า เขาหมุนๆๆ ต่ออีก โอ๊ยย ไม่รู้จะบรรยายยังไงเลย อยากกรีดร้อง แต่ไม่รู้ที่สนามบินอื่นจะเจอตรวจแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่านะ

ส่วนการ swab ที่คอก็ปกติดี ไม่ได้ทรมานอะไร

พอเสร็จจากตรงนี้ ก็เดินออกไปรอขึ้นรถที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้สำหรับเข้าที่พักได้เลยค่ะ เบ็ดเสร็จใช้เวลาอยู่ที่สนามบินประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ

จากนั้น พวกเราก็ขึ้นรถบัสไปที่พัก ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะว่าที่พักอยู่ไกลจากสนามบิน 62 กิโลเมตร

โรงแรมที่เราพัก ชื่อ 青云酒店 (qīngyún jiǔdiàn) เราไม่ได้จองโรงแรมมานะ คือมาถึงสนามบินแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่จีนเขาเตรียมรถ และที่พักให้เราเอง ทุกคนพักที่เดียวกันหมดเลย แต่ทุกคนต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าที่พักเองด้วยนะ ไม่ได้ฟรีเด้อ

ตอนมาถึงโรงแรม ฝนก็ดันตกหนักขึ้นมาอีก แล้วคือทุกคนต้องวิ่งฝ่าฝนไปเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองที่วางอยู่ท่ามกลางฝนที่กระหน่ำอะ ลองนึกสภาพดู คือเปียกกันไปหมดทั้งคน ทั้งกระเป๋า ทั้งโรงแรมเหอะ 555

ค่าใช้จ่ายในการเข้าพักทั้งหมด 3,706 หยวน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 19,000 บาท รายละเอียดค่าใช้จ่ายก็จะแบ่งเป็น

ค่าที่พัก คืนละ 170 หยวน เราต้องพักที่นี่ 14 คืน รวมค่าที่พัก 3,220 หยวน
ค่าอาหารเที่ยง และอาหารเย็น มื้อละ 30 หยวน รวมเป็น 60 หยวน
ค่าตรวจโควิด 5 ครั้ง รวม 486 หยวน (ตรวจทุก 3 วัน แถมวันสุดท้ายต้องเจาะเลือดตรวจ antibody ด้วย ตรวจหนักมากจ้า)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบเป๊ะๆ อยู่ที่  3,706 หยวน แต่โรงแรมขอให้จ่าย 3,800 หยวน เพื่อเป็นค่ามัดจำ และจะได้คืนตอนออกจากโรงแรม

กว่าจะได้เข้าห้องพักก็ตีสองครึ่งไปละ ทั้งๆ ที่มาถึงสนามบินตั้งแต่สี่ทุ่ม เป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากจ้า นี่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่มีใครอยากเดินทางช่วงโควิดกันหรอกเนอะ ทั้งเปลืองค่าใช้จ่าย ทั้งเสียเวลา แล้วก็ต้องมาทรมานกับการตรวจโควิดอีก

บรรยากาศภายในห้องพัก

มีโต๊ะทำงาน ทิชชู่ น้ำดื่มไว้ให้สำหรับการกักตัว 14 วันด้วย

อุปกรณ์อาบน้ำก็มีให้หมด

แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกโอเคกับโรงแรมนี้มากๆ ก็คือ อาหาร เป็นสิ่งเดียวที่เยียวยาจิตใจ และทำให้มีความสุขในการกักตัว 5555

ตอนแรกเราก็ไม่ได้คาดหวังกับอาหารใดๆ ทั้งสิ้น เพราะที่ได้ข่าวมาคือ อาหารกักตัวที่จีนไม่อร่อย เราก็เลยเตรียมน้ำพริกนานาชนิดมา แต่ปรากฎว่า อาหารอร่อยเฉยเลยอะ ไม่ได้มาแค่ผัก และวิญญาณหมู แต่มีหมู ไก่ เป็นชิ้นๆ ใหญ่ๆ ให้กินอย่างจุใจทั้งมื้อเที่ยงและเย็น ส่วนมื้อเช้าก็จะเป็นข้าวต้ม ไข่ต้ม หมั่นโถว ประกอบกับการกักตัวที่เมืองเฉิงตู เราก็จะได้ลิ้มชิมรสชาติอาหารที่เขาเรียกกันว่า หมาและล่า คือฟินนนนนนสุดๆ เพราะเราชอบรสชาตินี้อยู่แล้ว แต่ถ้าคนที่ไม่เคยกิน ก็อาจจะไม่ชิน จนถึงกินไม่ได้เลยนะ เพราะมันจะเผ็ดๆ ชาๆ ปาก

ชอบมื้อนี้สุด อร่อยมาก หมี่ดำๆ นั่นก็อร่อยมาก เผ็ดๆ ชาๆ


ก็ขอจบการรีวิวอย่างง่ายๆ ไว้เท่านี้นะคะ ใครอยากสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็ทิ้งคอมเม้นท์ หรือส่งข้อความมาได้จ้า

----

生词
1.隔离                       gélí                    กักตัว

2.住宿费                   zhùsùfèi             ค่าที่พัก

3.餐费                       cānfèi                ค่าอาหาร

4.合计费用               héjì fèiyòng        ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

5.含 / 包含                hán / bāohán     รวม

例如; 餐费60元/天(含三餐)          ค่าอาหาร 60หยวนต่อวัน (รวม 3 มื้อ)

6.洗漱用品               xǐshù yòngpǐn     ของใช้ในห้องน้ำ

7.外卖                   diǎnwàimài        การสั่งอาหารทาง App ให้มาส่งถึงที่ เหมือน gap ในเมืองไทย ที่จีนนิยมใช้ App ชื่อว่า 美团

8.配合                      pèihé                  ความร่วมมือ

9.生活用品               shēnghuó yòngpǐn    ของใช้ในชีวิตประจำวัน

10.在家办公             zàijiā bàngōng    Work from home

16 July 2021

รีวิวขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศจีนในช่วงโควิด ณ 14 กรกฎาคม 2564

ช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เราได้ลางานเดินทางกลับประเทศไทยเป็นเวลา 10 กว่าวัน ซึ่งเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วซะเหลือเกิน คราวนี้ก็ได้เวลาเดินทางกลับจีนแล้วสินะ

เราลองเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางกลับจีนในช่วงนี้ เพราะว่าสถานการณ์โควิดที่ประเทศไทยก็อยู่ในช่วงระบาดหนักเป็นครั้งที่ 3 ก็เลยไม่รู้ว่าจีนจะให้คนไทยเดินทางกลับได้หรือเปล่า หรือต้องเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มเติมบ้างมั้ย แต่ก็หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตไม่เจอเลย

ทีนี้ก็เลยคิดว่าโทรไปถามกงสุลจีนที่สงขลาดีกว่า จะได้ข้อมูลชัวร์ๆ และเข้าประเทศจีนได้แน่นอน ก็ได้ความว่างี้...

เอกสารที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมนอกจากการขอวีซ่าเข้าประเทศตามปกติก็คือ “ผลการตรวจโควิดจากโรงพยาบาลที่ประเทศจีนยอมรับผล” ซึ่งในจ.สงขลา ก็มีแค่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่เท่านั้น นั่นก็หมายความว่า เราจะไปตรวจที่รพ.อื่นเพื่อเอาผลมายื่นสำหรับเข้าประเทศจีนในช่วงนี้ไม่ได้เลย

การตรวจโควิดสำหรับผู้เดินทางไปประเทศจีน นอกจากการ swab แล้วก็จะต้องมีผล IgG/IgM ไปยื่นด้วย ทางรพ.กรุงเทพก็ได้จัดแพ็คเกจไว้ให้เรียบร้อย ค่าตรวจทั้งหมด 7,150 บาท ก่อนวันไปตรวจจะต้องโทรศัพท์นัดหมายกับทางโรงพยาบาลไว้ล่วงหน้าด้วยนะ ไม่สามารถ walk-in เข้าไปได้ทันที

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผลตรวจที่เราจะเอาไปยื่นจะต้องเป็นผลภายใน 48 ชั่วโมงด้วย ดังนั้นจะไปตรวจล่วงหน้านานไม่ได้ พี่พยาบาลเขาก็ช่วยเราคำนวณเวลา และนัดให้เราไปตรวจก่อนเดินทาง 1 วันตอน 8.30 น. แล้วรอรับผลตอน 16.00 น.เลย

พอได้ผลตรวจมาแล้ว เราก็จะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวพร้อมทั้งผลตรวจโควิดเข้าไปในเว็บไซต์ http://hrhk.cs.mfa.gov.cn/H5/ (ต้องเปิดผ่าน Browser ทั่วไป ที่ไม่ใช่ google chrome) เราก็จะต้องเข้าไป register ก่อน แล้วก็เตรียมข้อมูลต่างๆ และรูปภาพเอกสารประกอบเพื่อ upload เข้าไปในเว็บไซต์ (รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ : http://songkhla.chineseconsulate.org/eng/xwdt/t1831320.htm)

หน้าแรกของเว็บไซต์

เลือก Apply for health declaration form เพื่อกรอกข้อมูล

กรอกข้อมูลของตัวเอง

หลังจากนั้นระบบก็จะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ เลขที่พาสปอร์ต ภาพถ่ายหน้าพาสปอร์ต วีซ่า เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น แล้วก็ต้องเตรียมข้อมูลการเดินทางไว้ด้วย เช่น ออกเดินทางจากที่ไหน จุดหมายปลายทาง เที่ยวบิน วันที่ เวลา รวมถึงข้อมูลที่สำคัญก็คือผลการตรวจโควิด ว่าเป็น positive หรือ negative พร้อมกับภาพถ่ายผลการตรวจที่ต้องอัพโหลดด้วย

อีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าได้ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องอัพโหลดเอกสารการฉีดวัคซีนเข้าระบบด้วยนะ

หลังจากนั้นก็กด submit รอให้ทางกงสุลจีนอนุมัติ เมื่อผ่านแล้วตัว QR Code ของเราก็จะเป็นสีเขียวแบบนี้


โดย QR Code นี้จะใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตอนเช็คอินที่สนามบิน และเจ้าหน้าที่จะขอดูจากเว็บเพราะตัวจุดสีเขียวตรงกรอบ QR Code มันจะวิ่งตลอดเวลาซึ่งแสดงว่าผลยังไม่หมดอายุ

ยังไม่จบแค่นี้ค่ะ เราจะต้องใช้วีแชทสแกนเข้า mini program เพื่อกรอกรายละเอียด และแคปหน้าจอ QR Codeไว้ให้เจ้าหน้าที่ตม.ฝั่งจีนตรวจตอนขาเข้าด้วย แนะนำว่าทำให้เสร็จตั้งแต่ที่สนามบินฝั่งไทยไปเลยค่ะ

มีให้เลือกกรอกทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เลือกอันที่ถนัดได้เลย

เสร็จแล้วจะได้ QR Code หน้าตาประมาณนี้

เอาล่ะ ก่อนบินไปจีนแค่ทำขั้นตอนพวกนี้เสร็จ ก็สามารถขึ้นเครื่องบินได้แล้วค่ะ

เดี๋ยวจะมาเล่าต่อในคราวหน้าว่าพอถึงจีนแล้วจะเจออะไรบ้างนะคะ บ๊ายบาย...

ปล.เรามี Residence Permit แล้วก็ฉีด Sinovac 2 เข็มเรียบร้อยแล้วก่อนเข้าจีนนะคะ

----

คำศัพท์

1.核酸检测      hésuān jiǎncè     nucleic acid test (เราเรียกง่ายๆ ว่าตรวจโควิด)

      核酸          hésuān                nucleic acid

      检测          jiǎncè                   test

2.休年假          xiū niánjià            ลาพักร้อนประจำปี

3.扫描             sǎomiáo               สแกน

4.二维码          èrwéimǎ              QR Code

5.截屏 / 截图   jiépíng / jiétú        แคปหน้าจอ

6.小程序         xiǎochéngxù         mini program

17 December 2019

การพิมพ์ตัวเลขภาษาจีนเป็น 大写 (amount in words)


สวัสดีค่ะ ห่างหายกันไปนานมากๆ เลย

แอดมินเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนคงจะชำนาญการเขียนตัวเลข 1-10 เป็นภาษาจีนกันแล้วแน่เลยใช่ไหมคะ แล้วถ้าเกิดว่าเป็นแบบ 大写金额 (amount in words) ล่ะ เพื่อนๆ เขียน หรือพิมพ์ถูกกันไหมคะ มาดูกันดีกว่า

1                                      
2                                      
3                                      
4                                      
5                                      

18 September 2016

แนะนำการใช้งาน Application สุดฮิตที่เมืองจีน : Alipay (支付宝 zhīfùbǎo)

ก่อนหน้านี้แอดมินไม่เคยรู้จัก Alipay(支付宝)มาก่อนเลย จนมาอยู่จีนสักพักหนึ่ง ก็พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่จะมีป้ายสัญลักษณ์ของ 支付宝 วางไว้บริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน แถมยังเขียนว่า ถ้าชำระเงินด้วย 支付宝 จะได้รับส่วนลดอีกตะหาก อ้าวเฮ้ยย มันดีกว่าพกเงินเป็นใบๆ มาจ่ายอีกแฮะ

ว่าแล้วจะรอช้าอยู่ใย รีบโหลดมาใช้งานกันเถอะ

หน้าตาไอคอน Alipay (支付宝)


12 September 2016

แนะนำการใช้งาน Application สุดฮิตที่เมืองจีน : Wechat (微信)

เมื่อจะต้องไปทำงานที่จีนละ ก็ดาวน์โหลดแอปไว้สำหรับแชทติดต่อพูดคุยกับคนที่บ้านได้เลย (ให้คนที่บ้านโหลดด้วยล่ะ) เพราะว่าที่จีน Line ไม่สามารถใช้งานได้ (แต่พอไปถึงจริงๆ คนที่ใช้มือถือยี่ห้อของจีน เช่น OPPO, HUAWEI, LENOVO นี่ ก็พอใช้ Line ได้อยู่นะ โดยที่ไม่ต้องเปิด VPN ด้วยซ้ำ ส่วน iPhone ใช้ Line ไม่ได้เลยจ้าา แม้จะเปิด VPN ก็ตาม)
แอปที่คนจีนนิยมใช้สำหรับแชทนอกเหนือจาก QQ แล้วก็คือ Wechat หรือภาษาจีนเรียกว่า 微信

แรกๆ ก็ต้องบอกว่าไม่คุ้นเคยกับการใช้เจ้า Wechat เลย เพราะตอนอยู่ไทยก็ใช้แต่ Line อย่างเดียว แต่พออยู่ไปสักพัก ก็เริ่มชิน แถมเริ่มค้นพบว่า Wechat นอกจากเอาไว้พูดคุยเฉยๆ แล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกสารพัดด้วย

ไอคอนวีแชท หน้าตาแบบนี้